hs header
Menu

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มอ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 20-22 มีนาคม 2559


รองศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา ท้วมสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า โครงการความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มลงนามความร่วมมือระดับมหาวิทยาลัยเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ส่วนระดับคณะฯ มีการลงนามเมื่อปี 2557 ที่จะร่วมกันพัฒนาด้านวิชาการ งานวิจัย และกิจการนักศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและพัฒนาการศึกษาในภาคอีสานและภาคใต้ ดังจะเห็นได้จากการเดินทางมาศึกษาดูงานของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานีระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคมนี้

“ความร่วมมือของทั้งหน่วยงานเริ่มตั้งแต่การลงนาม MOU เมื่อปี 2557 โดยระดับมหาวิทยาลัย ม.อ.มข.มีโครงการความร่วมมือระดับมหาวิทยาลัยที่ยาวนาน และลงสู่ระดับคณะ การลงนาม MOU ก็เพราะว่าเหมือนเป็นคณะคู่แฝด” คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์กล่าวและว่าความร่วมมือแรกที่ได้พูดคุยกัน คือ ความร่วมมือในเชิงวิชาการ โครงการที่เกิดขึ้นครั้งแรก คือ โครงการที่นักศึกษา ม.อ.ปัตตานีศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน หลังจากนั้นโครงการของนักศึกษาก็ขยายขอบเขตมาที่ ม.อ.ปัตตานีก็มีนักศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ฯ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก เพราะได้รู้จักกันทั้ง 3 มหาวิทยาลัย ทำประโยชน์แก่สังคม ไปพัฒนาโรงเรียน ทาสี ปรับปรุงโรงเรียน และสร้างเพื่อน ถือเป็นความสำเร็จด้านนักศึกษา ระดับสำนักงานคณบดีก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นปีที่ 2 บุคลากรสายสนับสนุนของคณะฯ ก็ไปเจอกันที่เขาใหญ่ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันงานต่างๆ เช่น การเงิน งานบุคคล งานพัสดุ งานอาคารสถานที่ ปีนี้ตนได้นำอาจารย์ของคณะฯ มา ม.อ.ปัตตานี โดยมีบุคคลากรที่เดินทางมาจำนวน 3 กลุ่ม คือ ด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริหาร

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร. ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า คณบดีท่านก่อนเคยสร้างความร่วมมือไว้ หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยก็มีความร่วมมือ ม.อ.มข.อยู่แล้ว โดยมีความร่วมมือระหว่างกันด้านงานวิชาการ กิจการนักศึกษา และงานวิจัย

 “มข.เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในภูมิภาค ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ความโดดเด่นทางวิชาการ ส่วน ม.อ.ปัตตานี ก็เป็นมหาวิทยาลัยอยู่ในภูมิภาคเช่นกัน ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันในเรื่องความแตกต่างของพื้นที่ และวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนกันจะทำให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคม ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่านักศึกษาของเราจะได้เข้าใจภูมิภาคอื่น นักศึกษาของ มข.เองก็เข้าใจลักษณะสังคมวัฒนธรรมของเรา”รองศาสตราจารย์ ดร. ปริศวร์กล่าวและว่า

จากการพูดคุยระหว่างกันมีข้อสรุปตรงกันว่า จะมีการทำวิจัยร่วมกันจากโจทย์ท้องถิ่นที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน มีนักวิจัย 2 สถาบันร่วมกันทำวิจัย และการร่วมกันจัดประชุมวิชาการเพื่อจะเปิดเวทีให้ทุกคนได้เข้าใจบริบทของการเป็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือชุมชนภาคใต้ ความเป็นภาคอีสาน นอกจากเราจะเป็นเวทีให้กับนักวิชาการของทั้ง 2 หน่วยงานแล้ว ก็จะเปิดเวทีเปิดให้กับนักวิชาการหรือผู้สนใจทั่วประเทศ ส่วนงานด้านวิชาการในโอกาสข้างหน้าจะมีการจัดหลักสูตรร่วมกัน รวมถึงการช่วยกันเรื่องสหกิจศึกษา การเดินทางมาศึกษาดูงานของมหาวิทยาลัยขอนแก่นครั้งนี้ ถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการการศึกษาที่จะพัฒนาระบบไม่ว่าจะเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเองและม.อ.ปัตตานีในด้านศาสตร์มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพราะมีการพูดคุยกันหลายมิติ พยายามขับเคลื่อนให้ทุกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักศึกษา ซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น

SUN_6822
SUN_6889
SUN_6895
SUN_6921
SUN_7002
SUN_7013
SUN_7018
SUN_7117
SUN_7128
SUN_7134
SUN_7172
SUN_7199
SUN_7213
SUN_7222
SUN_7224
SUN_7225
SUN_7226
SUN_7229
SUN_7232
SUN_7237
 
 
3482160