hs header
Menu

เมื่อวันที่ 25 – 27 กรกฎาคม 2562 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติร่วมเกาหลีศึกษาและไทยศึกษา ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “ไทย-เกาหลี พหุลักษณ์ทางวัฒนธรรมในบริบทสังคมดิจิทัล” ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จังหวัดตรัง โดยในครั้งนี้มีผู้ร่วมส่งบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกาหลีศึกษา และไทยศึกษา มานำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติฯ ครั้งนี้ จำนวน 48 บทความ และมีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 90 คน ซึ่งมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งจากประเทศไทยเอง รวมถึงมาจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศเกาหลี ประเทศจีน และประเทศเวียดนาม

 

พิธีเปิดได้เริ่มขึ้นด้วยการกล่าวต้อนรับจากนายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยได้กล่าวว่า แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นแขกบ้านแขกเมืองของจังหวัดตรัง ขอยินดีต้อนรับและขอให้มีความสุขจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในจังหวัดตรัง ต่อมา ศาสตราจารย์ ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดการประชุมฯ ครั้งนี้ ต่อจากนั้น รองศาสตราจารย์ อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จึงได้กล่าวเปิดงาน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวนันทวัน ศิริโภคพัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง รองศาสตราจารย์ วิโรจ นาคชาตรี คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธินี ธรรมชัย ตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ผู้ช่วยศาสตราจารย ดร.สุนทรี ลาภรุ่งเรือง ตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อาจารย์สุภาพร บุญรุ่ง ตัวแทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์กนกกุล มาเวียง ตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รองศาสตราจารย์ ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และรองศาสตราจารย์ ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นแขกผู้มีเกียรติในงาน

 

ต่อมาตัวแทนจากคณะสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทั้ง 6 มหาวิทยาลัย ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านเกาหลีศึกษา-ไทยศึกษา ซึ่งมีพันธกิจร่วมกันในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ทั้งบทความวิจัยทางไทยศึกษา และ เกาหลีศึกษา โดยมีรายนามเครือข่ายความร่วมมือดังต่อไปนี้
1. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
2. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
3. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
4. คณะมนุษยศาสร์และสังคมศาสตร์ ศูนย์เกาหลีศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา
5. บัณทิตวิทยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล “ผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านเกาหลีศึกษาสู่ชุมชน” แด่ อาจารย์กนกกุล มาเวียง เนื่องด้วยท่านได้ทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ได้การพัฒนาการเรียนการสอนด้านเกาหลีศึกษา โดยมีตัวอย่างอันโดดเด่นคือ การจัดละครเวทีเพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้ด้านภาษาเกาหลี ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์อีกประการหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีของอาจารย์กนกกุล มาเวียง จนได้รับรางวัลจากมหาวิทยาลัยในด้านการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร นอกจากนี้ยังได้นำภาษาเกาหลีไปใช้กับชุมชน เช่น การสอนภาษาเกาหลีให้กับผู้พิการทางสายตา การสอนภาษาเกาหลีให้กับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ในการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นผู้ที่นำองค์ความรู้สู่ชุมชน เป็นผู้ที่นำภาษาเกาหลีไปใช้ในการดำเนินนโยบายหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ท่านยังทำหน้าที่ประธานสมาคมการสอนภาษาเกาหลีแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2556 รวมถึงได้สร้างผลงานวิชาการต่างๆ เช่น หนังสือภาษาเกาหลีสำหรับแรงงาน บทความวิชาการและวิจัย และได้เข้าร่วมประชุมวิชาการทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ.2561 อาจารย์กนกกุล มาเวียง ได้รับรางวัลครุฑทองคำ ประเภท “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” จากสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ดังที่กล่าวมาข้างต้นจึงนับได้ว่าอาจารย์กนกกุล มาเวียง เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี สมควรยกย่องเป็นผู้ที่ส่งเสริมและเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีประจำปี 2561 ของเครือข่ายเกาหลีศึกษาแห่งประเทศไทย

 

ต่อจากนั้น ได้มีการกล่าวปาฐกถาเรื่อง “เกาหลี” ในบริบทวรรณกรรมและวัฒนธรรมไทย: จากสงครามเกาหลีถึงยุคดิจิทัล โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร และการบรรยายเรื่อง “แนวทางใหม่ในการศึกษาภาษาเชิงสังคมและวัฒนธรรม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร

 

สำหรับการนำเสนอบทความภายในการประชุมวิชาการนานาชาติฯ ครั้งนี้ มีจำนวน 2 วันด้วยกัน นั่นคือวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562 และมีการจัดกลุ่มการนำเสนอเป็นห้องๆ ดังนี้
- ห้องการเรียนการสอนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี
- ห้องวรรณกรรมและภาพยนตร์
- ห้องเกาหลีศึกษา
- ห้องไทยศึกษา

 

ส่วนในวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 มีกิจกรรมการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมศึกษาในจังหวัดตรัง โดยเริ่มต้นด้วยการวัฒนธรรมด้านศาสนาและความเชื่อ นั่นคือ เยี่ยมชมศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด ต่อจากนั้นเที่ยวชมวัดตันตยาภิรมย์ ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดตรัง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาได้เข้าชมคริสตจักรตรัง โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ถูกรักษาไว้อย่างดี โดยทั้งคณะได้นั่งรถเที่ยวชมเมือง เรียนรู้วัฒนธรรมด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์จากวงเวียนปลาพะยูน เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ 4 ชั้น เป็นเรื่องราววรรณคดีไทย ชั้นบนสุดเป็นรูปพรานบุญจับนางกินรี จากเรื่องพระสุธนมโนราห์ ชั้นรองลงมาเป็นรูปนางเงือกจาก เรื่องพระอภัยมณี ถัดลงมาเป็นม้านิลมังกรจากเรื่องพระอภัยมณี ชั้นล่างสุดเป็นปลาพะยูนสัตว์อนุรักษ์ประจำจังหวัดตรัง ต่อมาแวะสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) บิดาแห่งยางพาราไทย สำหรับวัฒนธรรมด้านภูมิศาสตร์และศิลปะ ทีมผู้จัดการได้พาคณะผู้เข้าร่วมนั่งเรือชมหินงอกหินย้อย ณ ถ้ำเล เขากอบ ตื่นเต้นกับการลอดท้องมังกร ต่อมาเดินทางไปชมความงามของวังเทพทาโรหรือวังมังกร 88 ตัว แหล่งรวมงานศิลปะจากรากไม้ และรับประทานอาหารเที่ยงจากร้านเรือนผู้การ ภาคบ่ายแวะร้าน KUANITO ร้านเบเกอรี่บรรยากาศดี ที่เต็มไปด้วยสีสัน เอกลักษณ์อยู่ที่อาหารเมนูทันสมัย ที่ดัดแปลง จากวัตถุดิบ ในท้องถิ่น ชิมและซื้อเป็นของฝากสำหรับคนที่คุณรักได้อย่างสบายใจ ปิดท้ายทริปด้วยการชมการทอผ้า และเลือกซื้อผ้าทอนาหมื่นศรี ผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดตรัง มรดกภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมากกว่า 100 ปี

 

การประชุมวิชาการนานาชาติฯ ในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประเด็นทางสังคม ภาษา ศาสนา วัฒนธรรมของทั้งประเทศไทย และประเทศเกาหลี ที่มีความแตกต่างกันเนื่องด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา และค่านิยมของแต่ละประเทศ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจ แสวงหาแนวทางการปรับตัว รวมทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ในยุคสมัยที่ทั้งประชาชนไทยและเกาหลีต่างเป็น “พลเมืองดิจิทัล” ที่สามารถเข้าถึงข้อมูล และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันและกันอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนการสอนเกาหลีศึกษาและไทยศึกษาทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี

 

ศาสตราจารย์ ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รวมถึงเป็นผู้ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์ทางภาษาเกาหลีคนแรกของประเทศไทย ได้กล่าวปิดงานว่า “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวทีการประชุมวิชาการนานาชาติฯ ในครั้งนี้ จะสร้างความเข้มแข็งภายในเครือข่าย และได้รับความร่วมมือจากหลากหลายสถาบันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสร้างองค์ความรู้ทางด้านเกาหลีศึกษาและไทยศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอน รวมถึงสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันอย่างแน่นแฟ้นต่อไป”

 

ในปีนี้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ร่วมกับเครือข่ายเกาหลีศึกษาแห่งประเทศไทย นั่นคือ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาบัณทิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกสมาคมไทยศึกษาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามจะเป็นเจ้าภาพการประชุมวิชาการนานาชาติร่วมเกาหลีศึกษาและไทยศึกษา ครั้งที่ 7 ในปีถัดไป นั่นคือ ปี พ.ศ. 2563

bg_thai-korean 2019
img_3478
img_3479
img_3480
img_3481
img_3482
img_3483
img_3484
img_3485
img_3486
img_3487
img_3488
img_3489
img_3490
img_3491
img_3492
img_3493
img_3494
img_3495
img_3500
 
 
2831225